ผู้เขียน หัวข้อ: วิธีให้ อาหารสายยาง เพื่อป้องกันไม่ให้ติดเชื้อ !  (อ่าน 185 ครั้ง)

siritidaphon

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1141
    • ดูรายละเอียด
วิธีให้ อาหารสายยาง เพื่อป้องกันไม่ให้ติดเชื้อ !

ความสะอาดคือหัวใจสำคัญที่สุดของการให้อาหารทางสายยางครับ เพราะอาหารปั่นหรืออาหารทางการแพทย์เป็นแหล่งเพาะเชื้อแบคทีเรียชั้นดี หากปนเปื้อนจะทำให้ผู้ป่วยท้องเสียรุนแรง ติดเชื้อในกระแสเลือด หรือปอดอักเสบได้

หลักการ "ป้องกันการติดเชื้อ" แบบครบวงจรที่ผู้ดูแลต้องยึดถือครับ:

1. ความสะอาดของผู้ดูแลและสถานที่
ล้างมือแบบ 7 ขั้นตอน: ก่อนสัมผัสอุปกรณ์ อาหาร หรือตัวผู้ป่วย ต้องล้างมือด้วยสบู่ให้สะอาดและเช็ดให้แห้งทุกครั้ง

สิ่งแวดล้อม: บริเวณที่เตรียมอาหารและบริเวณที่ให้อาหารต้องสะอาด ไม่มีฝุ่น หรือแมลงวันตอม


2. ความปลอดภัยของตัวอาหาร (Food Safety)
อุณหภูมิ: อาหารต้องทำให้สุกใหม่ๆ หากเป็นอาหารปั่นเองต้องต้มจนเดือด และรอให้อุ่นเท่าอุณหภูมิห้องก่อนให้ (ห้ามให้ขณะร้อนจัดหรือเย็นจัดจากตู้เย็น)

เวลาในการแขวนอาหาร: * อาหารปั่นเอง: ไม่ควรแขวนทิ้งไว้ในถุงให้อาหารเกิน 4 ชั่วโมง

อาหารทางการแพทย์แบบพร้อมใช้: ไม่ควรเกิน 8-12 ชั่วโมง (ตามคำแนะนำข้างกล่อง)

ของเหลือ: อาหารที่เตรียมแล้วหากกินไม่หมด ให้แช่ตู้เย็นทันทีและเก็บได้ไม่เกิน 24 ชั่วโมง ก่อนนำมาให้ต้องอุ่นให้เดือดและรอให้เย็นลงก่อน


3. การดูแลอุปกรณ์ (Equipment Hygiene)
การล้างไซริงค์และภาชนะ: หลังใช้เสร็จให้ล้างด้วยน้ำยาล้างจานทันที ใช้แปรงถูคราบอาหารออกให้หมด ล้างน้ำสะอาด แล้ว ผึ่งให้แห้งสนิท ในภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิด (ความชื้นทำให้เชื้อราขึ้น)

การเปลี่ยนอุปกรณ์: * ไซริงค์ให้อาหาร: ควรเปลี่ยนใหม่ทุก 7-14 วัน หรือเมื่อลูกสูบเริ่มฝืด/ยางเสื่อม

สายยาง (NG Tube): ต้องเปลี่ยนตามกำหนดของแพทย์ (ปกติทุก 1-3 เดือน)


4. การป้องกันการติดเชื้อที่ตัวผู้ป่วย
การทำความสะอาดจุกสายยาง: ก่อนและหลังเปิดจุกสายยาง ให้เช็ดรอบจุกและข้อต่อด้วย สำลีชุบแอลกอฮอล์ 70% เสมอ

การดูแลช่องปาก (Oral Care): แม้ไม่ได้เคี้ยวอาหาร แต่แบคทีเรียในปากจะเจริญเติบโตเร็วมาก ต้องแปรงฟันหรือใช้ผ้าชุบน้ำเกลือเช็ดลิ้นและกระพุ้งแก้มวันละ 2 ครั้ง เพื่อป้องกันแบคทีเรียไหลลงปอด

การล้างสาย (Flush): ใช้น้ำต้มสุกที่สะอาด ล้างสายจนใสไม่มีคราบอาหารตกค้าง เพราะอาหารที่ค้างในสายจะบูดเน่าและเป็นแหล่งเชื้อโรคในมื้อถัดไป


5. ข้อควรระวังเรื่อง "น้ำ"
น้ำที่ใช้ผสมอาหารและน้ำที่ใช้ล้างสาย (Flush) ต้องเป็นน้ำต้มสุกที่ทิ้งไว้จนเย็น หรือน้ำดื่มบรรจุขวดที่สะอาดเท่านั้น ไม่ควรใช้น้ำประปาโดยตรงในผู้ป่วยที่ภูมิคุ้มกันต่ำ

⚠️ สัญญาณบอกว่าอาจมีการติดเชื้อแล้ว
ผู้ป่วยถ่ายเหลว มีกลิ่นเหม็นผิดปกติ หรือถ่ายเป็นมูกเลือด

มีไข้ หนาวสั่น โดยไม่ทราบสาเหตุ

บริเวณที่ใส่สายยาง (กรณีสายหน้าท้อง) มีอาการ บวม แดง ร้อน หรือมีหนองซึม