ผู้เขียน หัวข้อ: การป้องกันการเกิดอาการแทรกซ้อนจากการให้อาหารสายยาง  (อ่าน 77 ครั้ง)

siritidaphon

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1141
    • ดูรายละเอียด
การป้องกันการเกิดอาการแทรกซ้อนจากการให้อาหารสายยาง

การป้องกันภาวะแทรกซ้อน (Complications) เป็นหัวใจสำคัญของการดูแลผู้ป่วยที่ให้อาหารทางสายยาง เพราะหากป้องกันได้ดี ผู้ป่วยจะได้รับสารอาหารอย่างต่อเนื่องและลดโอกาสในการกลับไปนอนโรงพยาบาลครับ

แนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกันปัญหาที่พบบ่อยที่สุด แบ่งตามหมวดหมู่ครับ:


1. ป้องกันการสำลักลงปอด (Aspiration Prevention)

นี่คือภาวะที่อันตรายที่สุด ซึ่งสามารถป้องกันได้ด้วย "ท่าทาง" ครับ

จัดท่าทาง: ก่อนให้อาหารทุกครั้ง ต้องยกหัวเตียงสูงอย่างน้อย 30–45 องศา (ท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน)

คงท่าเดิมหลังอาหาร: หลังให้อาหารเสร็จ ห้ามให้นอนราบทันที ต้องคงท่าหัวสูงไว้ต่ออีกอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อป้องกันอาหารไหลย้อนกลับ

เช็กตำแหน่งสาย: ก่อนเริ่มให้มื้ออาหาร ควรตรวจดูขีดตำแหน่งของสายยางที่รูจมูกว่าเลื่อนออกมาหรือไม่


2. ป้องกันการติดเชื้อและท้องเสีย (Infection Control)

ความสะอาดของอุปกรณ์: ล้างกระบอกให้อาหาร (Syringe) และถุงใส่อาหารด้วยน้ำยาล้างจานให้สะอาดและ ลวกด้วยน้ำร้อน ทุกครั้งหลังใช้งาน

ปรุงสุกใหม่: อาหารปั่นเองต้องต้มให้เดือดจนสุกทั่วถึง และทิ้งให้เย็นที่อุณหภูมิห้องก่อนให้

ระยะเวลาเก็บ: อาหารที่เตรียมแล้วไม่ควรแขวนทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องเกิน 4 ชั่วโมง เพราะแบคทีเรียจะเติบโตเร็วมาก หากเก็บในตู้เย็นไม่ควรเกิน 24 ชั่วโมง


3. ป้องกันสายยางอุดตัน (Tube Patency)

สายยางอุดตันจะทำให้ผู้ป่วยต้องเจ็บตัวไปเปลี่ยนสายใหม่ที่โรงพยาบาล

Flush น้ำตามเสมอ: ล้างสายด้วยน้ำต้มสุกประมาณ 30–50 ml ทั้ง ก่อน และ หลัง ให้อาหารทุกมื้อ

การให้ยา: บดยาให้ละเอียดที่สุดและละลายน้ำจนไม่มีตะกอน หากมียาหลายชนิด ให้แยกละลายและ Flush น้ำตามทีละชนิด ไม่ควรผสมยารวมกันทีเดียว


4. ป้องกันภาวะท้องอืดและอาหารไม่ย่อย (Gastric Management)

เช็กอาหารค้าง (Residual Volume): ก่อนให้อาหารมื้อถัดไป ให้ใช้กระบอกฉีดลองดูดจากสายยางเบาๆ

ถ้าดูดออกมาได้มากกว่า 100–150 ml ให้ใส่กลับคืนไป และ เลื่อนมื้ออาหารออกไปก่อน 1 ชั่วโมง เพื่อให้กระเพาะย่อยของเก่าให้หมด

ปรับความเร็ว: อย่าปล่อยอาหารให้ไหลเร็วเกินไป (ปกติควรใช้เวลาประมาณ 15–20 นาทีต่อหนึ่งมื้อ)


5. ป้องกันแผลกดทับที่ผิวหนัง (Skin Integrity)

ทำความสะอาดจมูก: ใช้สำลีชุบน้ำเกลือเช็ดรอบๆ รูจมูกที่ใส่สายยางทุกวัน

เปลี่ยนจุดติดพลาสเตอร์: ไม่ควรติดพลาสเตอร์ที่เดิมซ้ำๆ นานเกินไป ให้ขยับตำแหน่งเล็กน้อยเพื่อไม่ให้สายยางกดทับจมูกที่จุดเดียวจนเป็นแผล

📊 ตารางสรุปการดูแลประจำวัน

สิ่งที่ต้องทำ                                ความถี่                           ประโยชน์
ล้างสายด้วยน้ำเปล่า           ก่อนและหลังให้อาหาร/ยา              ป้องกันสายอุดตัน
เช็กปริมาณอาหารค้าง   ก่อนให้อาหารมื้อถัดไป            ป้องกันท้องอืด/สำลัก
ยกหัวสูง 30–45 องศา   ขณะให้ และหลังให้ 1 ชม.           ป้องกันปอดอักเสบจากการสำลัก
เปลี่ยนพลาสเตอร์/เช็ดจมูก   อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง   ป้องกันแผลกดทับที่รูจมูก


💡 เกร็ดความรู้

หากคุณพบว่าผู้ป่วยมีอาการ "ถ่ายเหลว" บ่อยๆ ลองตรวจสอบอุณหภูมิของอาหารดูครับ อาหารที่นำออกมาจากตู้เย็นแล้วยังเย็นจัดเกินไป อาจกระตุ้นให้ลำไส้บีบตัวเร็วและทำให้ท้องเสียได้ ควรพักอาหารให้มีอุณหภูมิใกล้เคียงกับอุณหภูมิห้องก่อนเสมอ